วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ครั้งที่ 12 วันที่ 6 กันยายน 2554

อาจารย์ให้ส่งงานประดิษฐ์ที่ประดษฐ์จากแกนทิชชู ของดิฉันประดษฐ์ กล้องผสมสี
วัตถุประสงค์ : เพื่อให้ทราบว่าการผสมสี 2สี แล้วจะเกิดเป็นสีอื่นอีกได้
วัสดุอุปกรณ์
1. แกนทิชชู 6 อัน
2. กระดาษแก้ว 3 สี
3. กระดาษสี
4. สติกเกอร์ใส
5. กรรไกร
6. กาว
วิธีการทำ
1. ทำแกนทิชชู 2ขนาด คือ ขนาดเล็กกับขนาดใหญ่
2. ตัดกระดาษแก้วทั้ง 3 สี ไว้ 6 แผ่น
3. นำกระดาษแก้วที่ตัดไว้มาติดกาวบนปากแกนทิชชู ทั้ง 6อัน
4. นำกระดาษสีมาตกแต่งให้สวยงาม
5. นำสติกเกอร์ใสมาเคลือบแกนทิชชู
วิธีการเล่น
1. นำกล้องอันเล็กสอดใส่อันใหญ่แล้วส่งไปทางที่มีแสงก็จะเกิดการผสมแล้วจะเปลี่ยนเป็นอีกสีหนึ่ง
เช่น ถ้านำกล้องสีเหลืองมาใส่กับสีนำเงิน จะเกิดเป็น สีเขียว
ถ้านำกล้องสีแดงมาใส่กับสีเหลือง จะเกิดเป็นสี สีส้ม
ถ้านำกล้องสีน้ำเงินผสมกับสีแดง จะเกิดเป็นสีม่วง

และหลังจากนั้นอาจารย์ให้เขียนหน่วยมาส่งอาจารย์กลุ่มละ 1 หน่วย โดยใช้สอน 5 วันและให้ดูวัซีดีเรื่องมหัศจรรย์ของน้ำ

ครั้งที่ 11 วันที่ 30สิงหาคม 2554


อาจารย์พูดเรื่อง แกนทิชชูที่เหลือใช้ว่าสามารถนำมาประดิษฐ์เป็นสิ่งของใหม่ได้อีกดังนี้
แกนทิชชู => - การแก้ปัญหา คือ อย่าใช้เยอะ นำมาใช้ใหม่
-
เป็นวิทยาศาสตร์ คือ เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว ผลิตจากธรรมชาติ มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ทำให้เกิดพลังงาน
-
ประโยชน์ คือ นำมาประยุกต์ใช้ใหม่ ขายได้ราคา
อาจารย์ได้สั่งงานให้ทำของเล่นวิทยาศาสตร์จากแกนทิชชูมา 1 อย่างต่อ 2 คน และได้สอนเรื่องการสอนแบบโครงการว่ามีการจัดการเรียนการสอนแบบโครงการให้กับเด็กอย่างไรบ้าง ซึ่งการสอนแบบโครงการมีวิธีการสอน ดังนี้
1.
เริ่มโครงการ => - เลือกหัวเรื่อง
-
อยากรู้เลื่อกอะไร โดยการใช้คำถามแล้วได้คำตอบมา
-
ทำอย่างไร
-
ทบทวนประสบการณ์เดิม
2.
ดำเนินการ => ดำเนินการลงมือปฏิบัติตามที่ได้วางไว้และเก็บร่องรอยหรือถ่ายรูปเก็บไว้
3.
สรุป => จากการที่ได้เรียนได้ไปดูมานำมาแสดงผลงานหรือจัดนิทรรศการ

ครั้งที่ 10 วันที่ 28 สิงหาคม 2554

อาจารย์พูดเรื่องวัสดุเหลือใช้เพื่อที่จะนำมาเป็นของเล่นสำหรับเด็กปฐมวัยซึ่งอาจารย์ได้เสนอแกนทิชชูขึ้นมาและของของอื่น ๆ อีกมากมายไว้ดังนี้
- แกนทิชชู
- หลอด
- ปากกา
- กล่องนม
- กล่องยาสีฟัน
- กระป๋อง
- แก้วน้ำ
- ลัง
- ฝาขวดน้ำ

และหลังจากนั้นอาจารย์ก็ได้พูดเรื่องขั้นตอนการทำกิจกรรมดังนี้

- ลงมืองกระทำ => มือ ตา หู ลิ้น จมูก
- คิดสร้างสรรค์ => คิดริเริ่ม คิดคล่องแคล่ว คิดยึดหยุ่น คิกละเอียดละออ
- วิธีการ => สอดคล้องกับพัฒนาการ มีความหลากหลายในการใช้สื่อและกระบวนการเทคนิค
- เนื้อหา => สอดคล้องกับหน่วย ใกล้ตัว
- มีลำดับขั้นตอน

อาจารย์ได้ยกตัวอย่างหน่วยการสอนที่ใช้สอนเด็กได้ คือ หน่วยดอกไม้
1. หน่วยดอกไม้
- สวนประกอบของดอกไม้
- ดอกไม้มีชนิดอะไรบ้าง
- มีสีอะไร
- มีประโยชน์อย่างไร
- ขยายพันธ์ด้วยวิธีการใด
- วิธีการดูแล
- วิธีการปลูก
2. สถานที่
- สวนดอกไม้
- ร้านขายดอกไม้
- ห้องสมุดหรืออินเทอร์เน็ต
- ร้านขายของที่ระลึก
3. การจัดกิจกรรม
- กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ => แต่งเพลง เคลื่อนไหวเกี่ยวกับดอกไม้
- กิจกรรมเสริมประสบการณ์ => เชิญวิทยาการมา ไปทัศนะศึกษาในสถานที่ที่เกี่ยวกับดอกไม้
- กิจกรรมศิลปะ => วาดรูป พิมพ์ภาพ ประดิษฐ์ แต่งนิทาน ประกอบอาหาร
- กิจกรรมเล่นเสรี => การจัดมุมต่างๆ
- กิจกรรมกลางแจ้ง => เกมส์
4. สรุปนำเสนอ
- นิทรรศการ
- เพลง
- นิทาน
- แผนที่
- งานประดิษฐ์
- ส่วนประกอบ
- อาหาร
- เกมส์
ดอกไม้ เป็นวิทยาศาสตร์ คือ เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มีการทดลองเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน คือ การประกอบอาหาร


วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ครั้งที่ 7 วันที่ 2 สิงหาคม 2554

อาจารย์ให้ส่งงานโครงการลดละ เลิก เหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติด , ตาราง 4 แผ่น , งานกลุ่มการเดินทางของแสง , ของเล่นวิทยาศสตร์ ( แต่ดิฉันยังไม่ได้ทำมาอาจารย์ก็เลยบอกให้ไปทำมาพร้อมกับเขียนขั้นตอนมนการทำมาพร้อมกับเป็บวิทยาศาสตร์อย่างไร)

ครั้งที่ 6 วันที่ 26 กรกฎาคม 2554

อาจารย์สั่งงานให้ตีตารางในกระดาษ A4 มา 4 แผ่นจากนั้นอาจารย์ก็ได้พูดเรื่องหลักการและเหตุผลเกี่ยวกับน้ำเสียว่ามีหลักการนแนวในช่วงที่นักศึกษาออกไปฝึกสอนนักศึกษาจะได้เขียนเป็นและอาจารย์ก็ได้ถามเกี่ยวกับผลงานที่นักศึกษาได้ทำว่ามีงานอะไรบ้าง เช่น เดินรณรงค์ , เขียนการ์ด , ทดลองเรื่องโทษของบุหรี่ , แต่งเพลง

จากนั้นอาจารย์ก็ให้นักศึกษาดูเกี่ยวกับวัยของเด็ก เช่น

วัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น

เด็กปฐมวัย

- วัยที่มีพัฒนาการทางสติปัญญาสูงที่สุดของชีวิต
- แสวงหาความรู้สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

- ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะที่ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัย สามารถคิอเหตุผลแสวงหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาได้ตามวัยของเด็ก

1. ความหมายทักษะการสังเกต

- ทักษะการสังเกต หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้นและผิวกาย

2. ความหมายทักษะการจำแนกประเภท

- ทักษะการจำแนกประเภท หมายถึง ความสามารถในการแบ่งประเถท

1. ความเหมือน
2. ความแตกต่าง
3. ความสัมพันธ์รวม

3. ความหมายทักษะการวัด

- ทักษะการวัด หมายถึง การใช้เครื่องมือต่างๆวัดหาปริมาณของสิ่งที่ต้องการทราบได้อย่างถูกต้องโดยมีหน่วยการวัดกำกับ

1. รู้จักกับสิ่งของที่จะวัด
2. การเลือกเครื่องมือที่จะนำไปใช้วัด
3. วิธีการที่เราจะวัด

4. ความหมายทักษะการสื่อความหมาย

- ทักษะการสื่อความหมาย หมายถึง การพูด การเขียน รูปภาพและภาษาท่าทาง และการแสดงสีหน้าความสามารถรับข้อมูลได้อย่างถูกต้องและชัดเจน

1. บรรยายลักษณะคุณสมบัติของวัตถุ
2. บันทึกการเปลี่ยนแปลงของวัตถุได้
3. บอกความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ได้จัดกระทำ